<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Kwamkid&#039;s Blog &#187; สุขภาพ</title>
	<atom:link href="http://www.kwamkid.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.kwamkid.net</link>
	<description>ความคิดมันห้ามกันมะด๊ายย...</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Sep 2010 02:47:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>[Healthy] กลิ่นปากของคนทำงาน</title>
		<link>http://www.kwamkid.net/healthy/healthy-badsmell</link>
		<comments>http://www.kwamkid.net/healthy/healthy-badsmell#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Mar 2010 10:47:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kwamkid</dc:creator>
				<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[bad smell]]></category>
		<category><![CDATA[กลิ่นปาก]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีแก้]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kwamkid.net/?p=420</guid>
		<description><![CDATA[หลังๆมา นี่(มันก้นานแล้วนะ)&#8230; ผมเริ่มมีกลิ่นครับ เลยไปหาหมอฟันซะ สาเหตุ ของกลิ่นปาก ส่วนใหญ่เกิดจากเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามซอกฟัน บริเวณที่ทำความสะอาดได้ยาก หรือในรูฟันผุ ซึ่งจะมีเศษอาหารเน่าอยู่ รวมทั้งแผ่นคราบฟันและหินปูนที่อยู่รอบๆ ฟัน ซึ่งเป็นที่เก็บกักและสะสมเชื้อโรคต่างๆ บางคนพบว่าเหงือกเป็นหนองจากโรคปริทันต์ หรือมีฟันโยก อาหารบางชนิดเมื่อรับประทานจะมีกลิ่นขับออกมาทางลมหายใจ เช่น หัวหอม กระเทียม ทุเรียน ผู้ที่ดื่มสุรา ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ท้องผูกหลาย ๆ วัน ก็ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ รวมทั้งผู้ป่วยโรคทางร่างกายบางอย่าง เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง [...]


No related posts.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div align="right" style="float:right;padding:0px 0px 5px 5px;"><a name="fb_share" type="box_count" share_url="http://www.kwamkid.net/healthy/healthy-badsmell"></a></div><p><img src='http://www.kwamkid.net/wp-content/plugins/simple-post-thumbnails/timthumb.php?src=/wp-content/thumbnails/420.jpg&amp;w=200&amp;h=&amp;zc=1&amp;ft=jpg' alt='post thumbnail' /></p>
<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.kwamkid.net%2Fhealthy%2Fhealthy-badsmell"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.kwamkid.net%2Fhealthy%2Fhealthy-badsmell&amp;source=kwamkid&amp;style=normal&amp;service=bit.ly&amp;service_api=R_16ca075c6f83cfa5e0bfddfce8ab17ff&amp;space=ddd" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-423  aligncenter" title="badsmell2" src="http://www.kwamkid.net/wp-content/uploads/2010/03/badsmell2.jpg" alt="" width="197" height="131" /></p>
<p style="text-align: left;">หลังๆมา นี่(มันก้นานแล้วนะ)&#8230; ผมเริ่มมีกลิ่นครับ เลยไปหาหมอฟันซะ</p>
<p>สาเหตุ ของกลิ่นปาก ส่วนใหญ่เกิดจากเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามซอกฟัน บริเวณที่ทำความสะอาดได้ยาก หรือในรูฟันผุ ซึ่งจะมีเศษอาหารเน่าอยู่ รวมทั้งแผ่นคราบฟันและหินปูนที่อยู่รอบๆ ฟัน ซึ่งเป็นที่เก็บกักและสะสมเชื้อโรคต่างๆ</p>
<p><span id="more-420"></span>บางคนพบว่าเหงือกเป็นหนองจากโรคปริทันต์ หรือมีฟันโยก อาหารบางชนิดเมื่อรับประทานจะมีกลิ่นขับออกมาทางลมหายใจ เช่น</p>
<ul>
<li>หัวหอม</li>
<li>กระเทียม</li>
<li>ทุเรียน</li>
<li>ผู้ที่ดื่มสุรา</li>
<li>ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ</li>
<li>ท้องผูกหลาย ๆ วัน</li>
</ul>
<p>ก็ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ รวมทั้งผู้ป่วยโรคทางร่างกายบางอย่าง เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง วัณโรค โรคปอด และโรคระบบทางเดินอาหาร</p>
<p>ภายหลังตื่นนอนใหม่ๆ กลิ่นปากจะแรง เพราะในขณะที่นอนหลับน้ำลายจะถูกขับออกมาน้อย ทำให้น้ำลายมีการหมุนเวียนน้อย เศษอาหารที่ตกค้างสะสมอยู่จึงมีการบูด เกิดเป็นกลิ่นปากค่อนข้างแรง เมื่อตื่นนอนได้แปรงฟัน และน้ำลายมีการไหลเวียนมากขึ้น กลิ่นปากก็บรรเทาลง น้ำลายเปรียบเสมือนน้ำยาบ้วนปากที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกภายในช่องปาก เมื่อมีน้ำลายหลั่งออกมามากจะทำให้ช่องปากสะอาดมากกว่าน้ำลายที่หลั่งออกมาน้อย ช่วยลดการบูดเน่าของอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่น น้ำลายจะหลั่งออกมาได้มากในขณะเคี้ยวอาหาร รับประทานของเปรี้ยว หรือการคิดถึงอาหารอร่อยๆ ที่ชอบ</p>
<p>ในบางขณะจะมีการหลั่งน้ำลายน้อย เช่น</p>
<ul>
<li> เวลานอน</li>
<li>ภาวะอดอาหาร</li>
<li>การดื่มน้ำไม่เพียงพอ</li>
<li>อากาศร้อน</li>
<li>ภาวะทางจิตใจ และความเครียด</li>
<li>คนที่ใช้เสียงมากๆ เช่น ครู ทนายความ มีผลให้มีน้ำลายน้อย และมีกลิ่นปากได้</li>
</ul>
<p>กลิ่นเหม็นจากช่องปากบางครั้งเกิดขึ้นได้จากโคนลิ้นด้านในสุด เนื่องจากมีน้ำเมือกในช่องจมูกไหลลงคอ ซึ่งในภาวะเช่นนี้ ไม่จำเป็นว่าจะเกิดจากการเจ็บป่วยหรือเป็นโรค แต่มักมีสาเหตุมาจากอาการภูมิแพ้ น้ำเมือกที่ไหลลงคอในระยะแรก ๆ จะไม่ทำให้เกิดกลิ่นปาก สัก 2 &#8211; 3 วัน แบคทีเรียจะย่อยน้ำเมือกทำให้เกิดกลิ่น</p>
<p>เราสามารถ<span style="text-decoration: underline;">ทดสอบกลิ่น</span>ได้โดยใช้ช้อนพลาสติกขูดเบา ๆ ที่ด้านในสุดของโคนลิ้น ปล่อยทิ้งไว้สักครู่จึงดมดู และกรณีคนที่มีกลิ่นปากจากสาเหตุนี้ เวลาเป่าปากจะไม่ค่อยได้กลิ่น แต่จะเหม็นเมื่อเริ่มพูด เนื่องจากมีลมผ่านลิ้นที่เคลื่อนไหวจึงทำให้เกิดกลิ่นขึ้นมา ดังนั้น จึงควรแปรงลิ้นหลังการแปรงฟันทุกครั้ง และแปรงให้ลึกถึงโคนลิ้น จะช่วยทำความสะอาดน้ำเมือกที่ตกค้างนี้ได้</p>
<p>สรุปว่ากลิ่นปากเกิดได้จากหลายๆ สาเหตุหากแก้ไขที่ต้นเหตุได้ก็จะเป็นวิถีทางที่ดีที่สุด เพราะการใช้ของสำเร็จรูปนั้นเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและชั่วคราว เท่านั้น</p>
<p>ทางแก้ของผู้ที่มีปัญหากลิ่นปาก</p>
<ul>
<li>อย่าปล่อยให้ปากแห้ง เพราะเมื่อปากแห้งความเข้มข้นของแบคทีเรียในปากจะเพิ่มมาก ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย</li>
<li>ดื่มน้ำมากๆ ช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย</li>
<li>แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร และอย่างลืมแปรงด้านบนของลิ้น อันเป็นที่เกิดของแบคทีเรียด้วย</li>
<li>ใช้ไหมขัดฟันวันละ 2 &#8211; 3 ครั้ง &#8211; ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาบ้วนปาก</li>
<li>เคี้ยวหมากฝรั่งชนิดที่ไม่มีน้ำตาล</li>
<li>เคี้ยวใบผักชีฝรั่งหรือกานพลูหลังมื้ออาหาร</li>
<li>งดอาหารกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หอมใหญ่ พริกไทย และเนยแข็ง</li>
<li>หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก</li>
<li>กินอาหารให้ครบหมู่ แม้ว่าคุณจะกำลังลดความอ้วนอยู่ก็ตาม</li>
<li>ไม่สูบบุหรี่</li>
<li>ตรวจสุขภาพฟันสม่ำเสมอ</li>
</ul>


<p>No related posts.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kwamkid.net/healthy/healthy-badsmell/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บำรุงสมองกันหน่อยทุกคน</title>
		<link>http://www.kwamkid.net/healthy/brain-care</link>
		<comments>http://www.kwamkid.net/healthy/brain-care#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Feb 2010 08:52:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kwamkid</dc:creator>
				<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[brain]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บำรุงสมอง]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารสมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kwamkid.net/?p=278</guid>
		<description><![CDATA[      


No related posts.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div align="right" style="float:right;padding:0px 0px 5px 5px;"><a name="fb_share" type="box_count" share_url="http://www.kwamkid.net/healthy/brain-care"></a></div><p><img src='http://www.kwamkid.net/wp-content/plugins/simple-post-thumbnails/timthumb.php?src=/wp-content/thumbnails/278.jpg&amp;w=200&amp;h=&amp;zc=1&amp;ft=jpg' alt='post thumbnail' /></p>
<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.kwamkid.net%2Fhealthy%2Fbrain-care"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.kwamkid.net%2Fhealthy%2Fbrain-care&amp;source=kwamkid&amp;style=normal&amp;service=bit.ly&amp;service_api=R_16ca075c6f83cfa5e0bfddfce8ab17ff&amp;space=ddd" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>วันนี้มาฝึกสมองกันหน่อยละกันนะ เด้วจะทื่อซะเปล่าๆ ดีไม่ดี สมองฝ่อ กลายเป็นคนเอ๋อๆล่ะจะทำไง ฉะนั้นได้เวลาแล้วที่เราจะมีพัฒนาสมองกันนะฮับ ดูรูปตัวอย่างตอนแก่ไว้นะ ฮาแบบนี้เลย<span id="more-278"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-medium wp-image-279  aligncenter" title="CrazyOldMan" src="http://www.kwamkid.net/wp-content/uploads/2010/02/CrazyOldMan-266x300.jpg" alt="" width="266" height="300" /></p>
<p>สมองเราจะฟิตแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่ กับการใช้งานของเรา คุณรู้หรือไม่ว่าทุกครั้งที่คุณทำอะไรใหม่หรือแปลกไปจากที่เคย คุณได้สร้างทางเดินของเส้นประสาทใหม่ในสมอง ลองวิธีการง่าย ๆ ต่อไปนี้เพื่อให้สมองได้ออกกำลังกายบ้าง</p>
<p><span style="color: #00ffff;">1.  ใช้มือที่ไม่ถนัด</span></p>
<p>ลองใช้มือที่ไม่ถนัดทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น หากคุณเป็นคนถนัดซ้าย ให้ลองเปิดประตูด้วยมือขวา หากคุณเป็นคนถนัดขวาให้ไขกุญแจด้วยมือซ้าย เป็นต้น หรือคุณอาจเปลี่ยนข้อมือใส่นาฬิกา เพื่อเตือนให้คุณสลับมือก็ได้</p>
<p><span style="color: #00ffff;">2.  จำเรื่องที่ต้องทำ</span></p>
<p>การจดรายการที่ต้องทำหรือสิ่งของที่ต้องซื้อเป็นสิ่งที่ดี แต่ทว่ามันจะทำให้เรายึดติดกับมันมากไป ลองทำรายการของที่ต้องการซื้อแต่ว่าไปซื้อโดยไม่ต้องดูรายการ เมื่อซื้อของครบแล้วถึงค่อยเอารายการออกมาดูว่าเราซื้อตามที่จดไว้หรือไม่ คุณสามารถใช้วิธีการนี้กับรายการ “งานที่ต้องทำ” ด้วยก็ได้</p>
<p><span style="color: #00ffff;">3. ฝึกจำเบอร์โทรศัพท์ (มันก็ฝึกความจำนั่นแหละ)</span></p>
<p>แม้ว่าโทรศัพท์มือถือสมัยใหม่มีหน่วยความจำมหาศาลเพื่อบันทึกเบอร์โทรศัพท์ ทำให้คนยุคใหม่ไม่ต้องจำเบอร์โทรศัพท์อีกต่อไป แต่การฝึกจำหมายเลขโทรศัพท์เป็นการฝึกทักษะเรื่องของการจำที่ดี ลองจำหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ทุก ๆ วัน อย่าจำแต่เบอร์แฟน</p>
<p><span style="color: #00ffff;">4. เตรียมเรื่องคุยทุกวัน</span></p>
<p>ทุก ๆ เช้าให้คุณคิดเรื่องที่จะคุยกับคนอื่นสักหนึ่งเรื่อง อาจเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานแล้ว โดยหาวิธีการเล่าเรื่องที่คนฟังจะไม่เบื่อ หากมีใครสักคนโทรศัพท์มาหรือแวะมาทักทาย คุณก็จะมีเรื่องคุยกับคนเหล่านั้น นี่เป็นวิธีการช่วยให้คุณเป็นคนน่าสนใจมากยิ่งขึ้น แถมยังฝึกทักษะการจำอีกด้วยน่ะค่ะ</p>
<p><span style="color: #00ffff;">5. ฝึกสักเกตุ</span></p>
<p>ให้เลือกสิ่งที่คุณจะสังเกตสักหนึ่งอย่างทุก ๆ วัน เช่น ดูว่าผู้คนสวมใส่เสื้อผ้าแบบใดในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นบนถนน บนรถไฟฟ้า บริเวณรอบ ๆ ออฟฟิศ หรือในโทรทัศน์ก็ได้ จากนั้นลองคิดดูว่าเหตุใดคนเหล่านั้นจึงแต่งตัวแตกต่างกัน เป็นการฝึกให้สมองคุณได้คิดเรื่องอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากงานบ้าง ในวันรุ่งขึ้นก็ให้เลือกเรื่องใหม่ที่จะสังเกตต่อไป</p>
<p><span style="color: #00ffff;">6. ปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง</span></p>
<p>ให้ เส้นทางขับรถหรือเดินที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยทำ การเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อยเช่นนี้ช่วยให้สมองฝึกเรื่องการจำเส้นทางพิเศษ หรือไม่ก็ลองไปเดินห้างที่ไม่ค่อยได้เดินบ้าง ทำอะไรก็ได้ที่เปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง</p>
<p><span style="color: #00ffff;">7. เปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน</span></p>
<p>เปลี่ยนลำดับกิจวัตรประจำวันที่เคยทำ เช่น อาบน้ำก่อนแปรงฟัน (ไม่ใช่กินข้าวเช้าก่อนแล้วค่อยแปรงฟันเช้านะ ให้เปลี่ยนไปในทางที่ไม่กระทบ ไม่ใช่ซกมก) เอาอาหารเช้ามากินเป็นอาหารเย็น ดื่มกาแฟในตอนบ่ายแทนตอนเช้า ปรับลำดับงานประจำวันใหม่ แล้วลองสังเกตความรู้สึกตัวเองดูว่าดีขึ้นหรือแย่ลงกับการเปลี่ยนแปลงนี้ คุณอาจจะพบว่าการทำชีวิตให้ตื่นเต้นขึ้นนั้นดีเหมือนกัน</p>
<p><span style="color: #00ffff;">8. สร้างสถานการณ์จำลอง</span></p>
<p>สร้างสถานการณ์จำลองให้สมองเช่น คิดว่าคุณกำลังจะตั้งบริษัทส่วนตัวและต้องหาทางแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น คุณจะขายอะไร ขายให้ใคร ใครเป็นคู่แข่ง และจะเอาชนะคู่แข่งได้อย่างไร หรือในวันรุ่งขึ้นคิดว่าคุณกำลังจะจัดตั้งกองทุนเพื่อน้องผู้หิวโหย คุณจะต้องทำอะไร จะรณรงค์อย่างไร ให้สมองคุณได้คิดอะไรสนุก ๆ ในการหาทางแก้ปัญหาต่าง ๆ หรืออาจจะเข้าไปเว็บไซต์เพื่อช่วยฝึกสมองเช่น www.brainwaves.com, www.queendom.com, www.braingle.com เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #00ffff;">9. จดบันทึก</span></p>
<p>การเขียนหรือจดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ช่วยให้สมองคิดอย่างเป็นระบบ คุณอาจจะจดรายการสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น สถานที่ท่องเที่ยวที่เคยไป ร้านอาหารอร่อยที่เคยไปรับประทาน หรือร้านอาหารยอดแย่ที่จะไม่ไปเหยียบอีก หรือรายการของขวัญที่แสนประทับใจที่เคยได้รับ เป็นต้น เขียนรายการเพื่อกระตุ้นสมองแค่วันละหนึ่งอย่างก็พอค่ะ</p>
<p><span style="color: #00ffff;">10. อ่านหนังสือ</span></p>
<p>สิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมองก็คือการอ่านหนังสือ ลองเลือกหนังสือใหม่ ๆ มาอ่าน หรือหาเรื่องน่าสนใจ เช่น นิยายที่ใช้ฉากต่างประเทศ หนังสือเกี่ยวกับเศรษฐกิจ เลือกหนังสืออะไรก็ได้ที่คุณรู้สึกอยากอ่าน และอ่านอย่างจริงจังเพียงสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง</p>
<p><em>อ้างอิง : เยอะแยะไปหมด ไม่รู้จะเอาจากเว็บไหนดี</em></p>
<div id="_mcePaste" style="overflow: hidden; position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px;">สมองเราจะฟิตแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่ กับการใช้งานของเรา คุณรู้หรือไม่ว่าทุกครั้งที่คุณทำอะไรใหม่หรือแปลกไปจากที่เคย คุณได้สร้างทางเดินของเส้นประสาทใหม่ในสมอง ลองวิธีการง่าย ๆ ต่อไปนี้เพื่อให้สมองได้ออกกำลังกายบ้าง</p>
<p>1.  ใช้มือที่ไม่ถนัด</p>
<p>ลองใช้มือที่ไม่ถนัดทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น หากคุณเป็นคนถนัดซ้าย ให้ลองเปิดประตูด้วยมือขวา หากคุณเป็นคนถนัดขวาให้ไขกุญแจด้วยมือซ้าย เป็นต้น หรือคุณอาจเปลี่ยนข้อมือใส่นาฬิกา เพื่อเตือนให้คุณสลับมือก็ได้</p>
<p>2.  จำเรื่องที่ต้องทำ</p>
<p>การจดรายการที่ต้องทำหรือสิ่งของที่ต้องซื้อเป็นสิ่งที่ดี แต่ทว่ามันจะทำให้เรายึดติดกับมันมากไป ลองทำรายการของที่ต้องการซื้อแต่ว่าไปซื้อโดยไม่ต้องดูรายการ เมื่อซื้อของครบแล้วถึงค่อยเอารายการออกมาดูว่าเราซื้อตามที่จดไว้หรือไม่ คุณสามารถใช้วิธีการนี้กับรายการ “งานที่ต้องทำ” ด้วยก็ได้</p>
<p>3. ฝึกจำเบอร์โทรศัพท์<br />
แม้ว่าโทรศัพท์มือถือสมัยใหม่มีหน่วยความจำมหาศาลเพื่อบันทึกเบอร์โทรศัพท์ ทำให้คนยุคใหม่ไม่ต้องจำเบอร์โทรศัพท์อีกต่อไป แต่การฝึกจำหมายเลขโทรศัพท์เป็นการฝึกทักษะเรื่องของการจำที่ดี ลองจำหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ทุก ๆ วัน</p>
<p>4. เตรียมเรื่องคุยทุกวัน<br />
ทุก ๆ เช้าให้คุณคิดเรื่องที่จะคุยกับคนอื่นสักหนึ่งเรื่อง อาจเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานแล้ว โดยหาวิธีการเล่าเรื่องที่คนฟังจะไม่เบื่อ หากมีใครสักคนโทรศัพท์มาหรือแวะมาทักทาย คุณก็จะมีเรื่องคุยกับคนเหล่านั้น นี่เป็นวิธีการช่วยให้คุณเป็นคนน่าสนใจมากยิ่งขึ้น แถมยังฝึกทักษะการจำอีกด้วยน่ะค่ะ</p>
<p>5. ฝึกสักเกต<br />
ให้เลือกสิ่งที่คุณจะสังเกตสักหนึ่งอย่างทุก ๆ วัน เช่น ดูว่าผู้คนสวมใส่เสื้อผ้าแบบใดในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นบนถนน บนรถไฟฟ้า บริเวณรอบ ๆ ออฟฟิศ หรือในโทรทัศน์ก็ได้ จากนั้นลองคิดดูว่าเหตุใดคนเหล่านั้นจึงแต่งตัวแตกต่างกัน เป็นการฝึกให้สมองคุณได้คิดเรื่องอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากงานบ้าง ในวันรุ่งขึ้นก็ให้เลือกเรื่องใหม่ที่จะสังเกตต่อไป</p>
<p>6. ปรับเส้นทาง<br />
ให้ เส้นทางขับรถหรือเดินที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยทำ การเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อยเช่นนี้ช่วยให้สมองฝึกเรื่องการจำเส้นทางพิเศษ หรือไม่ก็ลองไปเดินห้างที่ไม่ค่อยได้เดินบ้าง ทำอะไรก็ได้ที่เปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง</p>
<p>7. เปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน<br />
เปลี่ยนลำดับกิจวัตรประจำวันที่เคยทำ เช่น อาบน้ำก่อนแปลงฟัน เอาอาหารเช้ามากินเป็นอาหารเย็น ดื่มกาแฟในตอนบ่ายแทนตอนเช้า ปรับลำดับงานประจำวันใหม่ แล้วลองสังเกตความรู้สึกตัวเองดูว่าดีขึ้นหรือแย่ลงกับการเปลี่ยนแปลงนี้ คุณอาจจะพบว่าการทำชีวิตให้ตื่นเต้นขึ้นนั้นดีเหมือนกัน</p>
<p>8. สร้างสถานการณ์จำลอง<br />
สร้างสถานการณ์จำลองให้สมองเช่น คิดว่าคุณกำลังจะตั้งบริษัทส่วนตัวและต้องหาทางแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น คุณจะขายอะไร ขายให้ใคร ใครเป็นคู่แข่ง และจะเอาชนะคู่แข่งได้อย่างไร หรือในวันรุ่งขึ้นคิดว่าคุณกำลังจะจัดตั้งกองทุนเพื่อน้องผู้หิวโหย คุณจะต้องทำอะไร จะรณรงค์อย่างไร ให้สมองคุณได้คิดอะไรสนุก ๆ ในการหาทางแก้ปัญหาต่าง ๆ หรืออาจจะเข้าไปเว็บไซต์เพื่อช่วยฝึกสมองเช่น www.brainwaves.com, www.queendom.com, www.braingle.com เป็นต้น</p>
<p>9. จดบันทึก<br />
การเขียนหรือจดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ช่วยให้สมองคิดอย่างเป็นระบบ คุณอาจจะจดรายการสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น สถานที่ท่องเที่ยวที่เคยไป ร้านอาหารอร่อยที่เคยไปรับประทาน หรือร้านอาหารยอดแย่ที่จะไม่ไปเหยียบอีก หรือรายการของขวัญที่แสนประทับใจที่เคยได้รับ เป็นต้น เขียนรายการเพื่อกระตุ้นสมองแค่วันละหนึ่งอย่างก็พอค่ะ</p>
<p>10. อ่านหนังสือ<br />
สิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมองก็คือการอ่านหนังสือ ลองเลือกหนังสือใหม่ ๆ มาอ่าน หรือหาเรื่องน่าสนใจ เช่น นิยายที่ใช้ฉากต่างประเทศ หนังสือเกี่ยวกับเศรษฐกิจ เลือกหนังสืออะไรก็ได้ที่คุณรู้สึกอยากอ่าน และอ่านอย่างจริงจังเพียงสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง</p>
</div>


<p>No related posts.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kwamkid.net/healthy/brain-care/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาออกกำลังกายหน้าคอมฯ กันเต๊อะ</title>
		<link>http://www.kwamkid.net/healthy/exercise_computer_labor</link>
		<comments>http://www.kwamkid.net/healthy/exercise_computer_labor#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Feb 2010 15:21:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kwamkid</dc:creator>
				<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[3 นาที]]></category>
		<category><![CDATA[คนที่ทำงานคอม]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ออกกำลังกาย]]></category>
		<category><![CDATA[โรคภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kwamkid.net/?p=234</guid>
		<description><![CDATA[      


Related posts:<ol><li><a href='http://www.kwamkid.net/tips-tricks/karaoke_facebook_daraoke' rel='bookmark' title='Permanent Link: ร้องคาราโอเกะบน Facebook กันเต๊อะ!!'>ร้องคาราโอเกะบน Facebook กันเต๊อะ!!</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div align="right" style="float:right;padding:0px 0px 5px 5px;"><a name="fb_share" type="box_count" share_url="http://www.kwamkid.net/healthy/exercise_computer_labor"></a></div><p><img src='http://www.kwamkid.net/wp-content/plugins/simple-post-thumbnails/timthumb.php?src=/wp-content/thumbnails/234.png&amp;w=200&amp;h=&amp;zc=1&amp;ft=jpg' alt='post thumbnail' /></p>
<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.kwamkid.net%2Fhealthy%2Fexercise_computer_labor"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.kwamkid.net%2Fhealthy%2Fexercise_computer_labor&amp;source=kwamkid&amp;style=normal&amp;service=bit.ly&amp;service_api=R_16ca075c6f83cfa5e0bfddfce8ab17ff&amp;space=ddd" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><span style="font-size: medium;">เดี๋ยวนี้</span>&#8230;หันมาใส่ใจสุขภาพบ้างละ ตั้งแต่เรียนจบมาโตขึ้น การออกกำลังกายก็น้อยลง โรคภัยถามหาอย่างเห็นได้ชัด ต้องหันมาออกกำลังกายกันแล้วครับทั่น<br />
อย่างน้อยก็เริ่มจากอะไรง่ายๆ ที่สามารถทำได้ในเวลางาน กันก่อนดีกว่า (พยายามใช้เวลางานให้เป็นประโยชน์ หึหึหึ) โดยการทำดังนี้ครับ<span id="more-234"></span></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-size: small;">3 นาที</span> ออกกำลังกายหน้าจอ สำหรับคนใช้คอมฯ</span></strong><br />
<script type='text/javascript' src='http://www.kwamkid.net/wp-content/plugins/hana-flv-player/flowplayer3/example/flowplayer-3.2.3.min.js'></script>
<div >
<div id='hana_flv_flow3_1' style='display:block;width:430px;height:330px;' title="*Video:sarah is having fun in a merry-go-round"></div>
</div>

			<script  type='text/javascript'>
		flowplayer('hana_flv_flow3_1', { src: 'http://www.kwamkid.net/wp-content/plugins/hana-flv-player/flowplayer3/flowplayer-3.2.3.swf', wmode: 'transparent' }, { 
    		clip:  { 
    			url: 'http://kwamkid.net/vdo/doctor4-edit1.flv',
        		scaling: 'scale', autoPlay: false, autoBuffering: true 
				,linkUrl: 'http://www.kwamkid.net' ,linkWindow: '_blank'  , onFinish : function () { this.seek(0); } 
	        }

		}); 
			</script></p>
<p>ลองทำดูแล้วนะ ได้ผลทันตา อย่างน้อยก็รู้สึกสบายขึ้นที่คอกับมือ</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #00ffff;"><span style="font-size: medium;"><strong>ด้วยรักและห่ว<span style="text-decoration: line-through;">ย</span>งใย สุขภาพเป้นของคุณ (คำคล้องจอง)</strong></span></span></p>
<p style="text-align: left;"><em>อ้างอิงมาจากเว็บมูลนิธิหมอชาวบ้าน : <a href="http://www.doctor.or.th/node/9293" target="_blank">http://www.doctor.or.th/node/9293</a> มีหลายทิปสุขภาพให้เลือกสรร</em></p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.kwamkid.net/tips-tricks/karaoke_facebook_daraoke' rel='bookmark' title='Permanent Link: ร้องคาราโอเกะบน Facebook กันเต๊อะ!!'>ร้องคาราโอเกะบน Facebook กันเต๊อะ!!</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kwamkid.net/healthy/exercise_computer_labor/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- WP Super Cache is installed but broken. The path to wp-cache-phase1.php in wp-content/advanced-cache.php must be fixed! -->